
แฟนบอล “ปลากัดนักสู้” เตรียมตัวเชียร์ เมื่อทีมฟุตบอลสมาคมกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทราได้เตรียมทีมเพื่อเข้าแข่งขันฟุตบอล “ลีก ดิวิชั่น 2 ภูมิภาค”
ประจำปี 2552 โดยมี “อาจารย์ก้อง” พ.ต.ท.อภิสิทธิ์ กัณหะสุต ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนในทีมชุดนี้ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงของการคัดตัวผู้เล่น
สำหรับการแข่งขันนั้นจะเริ่มต้นประมาณเดือนมีนาคม โดยทำการแข่งขันในระบบเหย้า-เยือน เฉพาะในกลุ่มภูมิภาคของตนเอง แล้วนำแชมป์กลุ่ม
มาแข่งขันแบบเหย้า-เยือน กันอีกครั้งเพื่อหาทีมอันดับ 1-3 ขึ้นสู่ลีก ดิวิชั่น 1 ในฤดูกาลต่อไป

นายวรวีร์ “บังยี” มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า ตามที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)
เตรียมจะจัดการแข่งขันฟุตบอลไทยแลนด์ โปรวินเชียล ลีก 2009 ว่า ถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควร เพราะสมาคมฟุตบอลฯ
ได้จัดทำร่างโครงสร้างการแข่งขันฟุตบอลลีก โดยจัดระบบให้ทีมที่ลงแข่งในโปรวินเชียล ลีก ฤดูกาลก่อน ลงแข่งขัน
ในดิวิชั่น 2 นอกจากนี้ ยังมีส่วนของฟุตบอลถ้วย ข, ค และ ง อีกที่รองรับสโมสรจากจังหวัดที่ไม่ได้เล่นในโปรวินเชียล
ลีก ฤดูกาลก่อน หรือไม่ต้องการจะก้าวสู่ระดับอาชีพ ดังนั้น กกท.จึงไม่ควรจะจัดฟุตบอลโปรวินเชียล ลีก ขึ้นมาซ้ำซ้อน
กัน ควรจะช่วยกันหาแนวทางการทำให้ลีกแข็งแกร่งจะดีกว่า
ด้านนายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท. เปิดเผยว่า เป็นการเข้าใจผิดกัน ได้สอบถามนายพีระ ฟองดาวิรัตน์ รองผู้ว่าการ
กกท.ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์แล้ว นายพีระยืนยันว่าเป็นการเข้าใจผิดกัน โดยนายวรวีร์หารือแนวทางดำเนินการ
จัดแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ประจำปี 2552-2553 กับ กกท.แล้ว และได้ตกลงร่วมกันว่า การดำเนินการแข่งขันทั้งระบบแบบ
ลีกอาชีพตั้งแต่ไทยลีก, ดิวิชั่น 1 ดิวิชั่น 2 และโปรลีก สมาคมฟุตบอลฯ เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด โดยมี กกท.สนับสนุน
และร่วมมือดำเนินการ โดยงบประมาณสนับสนุนจะยึดกรอบวงเงินเดิมในปี 2551 คือ 70 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กกท.
เพียงต้องการให้ศูนย์ กกท.จังหวัดที่ส่งทีมแข่งขันโปรลีกเข้าไปมีส่วนร่วมดำเนินการเนื่องจากเป็นแผนงานเพื่อพัฒนา
บุคลากรของ กกท.
นายพีระกล่าวว่า กกท.ดำเนินการจัดการแข่งขันฟุตบอลโปรลีกมา 9 ปี ฟุตบอลโปรลีกอยู่ในระนาบเดียวกับดิวิชั่น 2 แต่การ
ที่สมาคมฟุตบอลฯ แต่งตั้งนายวิมล กาญจนะ เป็นประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 2 ภูมิภาค และ
ทาบทามนายสมบัติ คุรุพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ (สพก.) มารับผิดชอบเป็นประธานคณะ
กรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันดิวิชั่น 2 ภูมิภาค ถือว่าผิดวัตถุประสงค์และหลักการเนื่องจากนโยบายจัดแข่งขันฟุตบอล
โปรลีกคือ พัฒนาสู่ความเป็นเลิศและอาชีพ ซึ่งอยู่ในยุทธศาสตร์ที่ กกท.รับผิดชอบ แต่ สพก.รับผิดชอบยุทธศาสตร์กีฬาขั้น
พื้นฐานและมวลชน อีกประเด็นหนึ่งคือ กกท.ต้องการให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ กกท.จังหวัดใช้ฟุตบอลโปรลีกเป็นการพัฒนาและเป็น
ตัวชี้วัดผลงานด้านกีฬาอาชีพของศูนย์ กกท.จังหวัด แต่สมาคมฟุตบอลฯ กลับเชิญศูนย์การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดซึ่งเป็น
หน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อ สพก.เป็นกรรมการจัดการแข่งขันโดยไม่มีเจ้าหน้าที่ของศูนย์ กกท.จังหวัดร่วมเป็นกรรมการ
“ผมคิดว่าสมาคมฟุตบอลฯ กำลังสับสนโครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงผู้รับผิดชอบดำเนินงานเกี่ยวกับฟุตบอลโปรลีก ผมคิด
ว่าคุณวิมลในฐานะผู้แทนของสมาคมต้องมาหารือรายละเอียดและทำความเข้าใจกับ กกท.ให้ตรงกัน หลักการง่ายๆ เพียงแต่
ฟุตบอลอาชีพภายในกรุงเทพฯ สมาคมร่วมกับ กกท. จัดการแข่งขัน แต่ในระดับภูมิภาคจะใช้คำว่า กกท. ร่วมกับสมาคม
จัดการแข่งขัน คาดว่าในเร็วๆ นี้จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและเข้าใจตรงกันระหว่างสมาคมกับ กกท.” นายพีระกล่าว
ที่มา: มติชนรายวัน วันที่ 9 มกราคม 2552
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01spo15090152§ionid=0114&day=2009-01-09

ทุกจังหวัดกำลังตื่นตัว 3 จว.ชายแดนใต้ร่วมบู๊ แนะตีเหล็กกำลังร้อน
นายวิมล กาญจนะ อดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติไทยชุดฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก และอุปนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย
เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้รับมอบหมายจาก “บังยี” นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้เป็นประธานติดตาม
ตรวจสอบการเตรียมความพร้อมและสนามแข่งขันของจังหวัดต่างๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ “ลีก ดิวิชั่น 2 ภูมิภาค”
ฤดูกาล 2552 นั้น ขณะนี้ตนและทีมงานอยู่ในระหว่างการตรวจสนามภาคต่างๆ อยู่ ซึ่งตนมีโอกาสได้หารือกับผู้บริหารทีม
และผู้นำการปกครองส่วนท้องถิ่นของแต่ละจังหวัด พวกเขามีความตื่นตัวและคึกคักกันมาก เพราะการที่สมาคมฟุตบอลฯ
ให้ความสำคัญกับฟุตบอลภูภาคและมีความจริงใจที่จะผลักดันให้ก้าวไปสู่ “ลีกอาชีพ” อย่างเต็มตัว และเนื่องในโอกาสที่ประเทศ
ไทยมีรัฐบาลชุดใหม่ ตนก็อยากจะขอร้องให้รัฐบาล “อภิสิทธิ์ 1” ให้ความสำคัญกับกีฬาภูมิภาคให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกีฬา
ฟุตบอลซึ่งเป็นกีฬายอดนิยม
นายวิมล กล่าวต่อไปว่า เวลานี้กระแสฟุตบอลลีกภูมิภาคกำลังตื่นตัวอย่างมาก รัฐบาลน่าจะเข้ามาดูแลและให้การสนับสนุนอย่าง
จริงจัง ซึ่งเป็นการพัฒนารากฐานวงการฟุตบอลของชาติอีกทางหนึ่ง อันจะส่งผลไปถึงการตั้งเป้าหมายสานฝันบอลไทยไป
บอลโลก เพราะเมื่อลีกภูมิภาคแข็งแกร่ง สามารถก้าวไปสู่ลีกอาชีพที่สูงขึ้นได้ ก็จะทำให้ทีมชาติมีความแข็งแกร่ง และมีตัวเลือก
มากยิ่งขึ้น ตนทราบมาว่า ท่านนากยกฯ อภิสิทธิ์ เป็นแฟนบอลทีม “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ขออนุญาต
แนะนำว่า ท่านควรฉวยโอกาสตีเหล็กตอนกำลังร้อน ในช่วงที่กระแสฟุตบอลภูมิภาคกำลังตื่นตัว ที่สำคัญการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ
“ลีก ดิวิชั่น 2 ภูมิภาค” ฤดูกาล 2552 มีทีมจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส ร่วมแข่งขันด้วย
ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะใช้โอกาสนี้กำหนดยุทธศาสตร์ใช้กีฬาเป็นสื่อในการสร้างความสมานฉันท์ หรือจะบรรจุเป็นส่วนหนึ่งใน
นโยบายด้านกีฬาด้วยก็ยิ่งดี
สำหรับแข่งขันฟุตบอลอาชีพ “ลีก ดิวิชั่น 2 ภูมิภาค” ฤดูกาล 2552 กำหนดเปิดสนามกันในเดือน มีนาคม 2552 มีจังหวัด
และสโมสรต่างๆ ส่งทีมเข้าร่วม 56 ทีม โดยแบ่งออกเป็น 5 ภาค แข่งแบบเหย้า-เยือนในแต่ละภาค แล้วนำแชมป์กลุ่มมา
แข่งขันแบบเหย้า-เยือน กันอีกครั้งเพื่อหาทีมอันดับ 1-3 ก้าวขึ้นสู่ลีก ดิวิชั่น 1
ที่มา: เดลินิวส์ วันที่ 18 ธันวาคม 2551
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=185569&NewsType=1&Template=1