ทีมฟุตบอลสมาคมกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทราสามารถสร้างชื่อในการแข่งขันฟุตบอลระดับประเทศ
ในปี พ.ศ.2540 คือ การแข่งขันฟุตบอล “ยามาฮ่าไทยแลนด์คัพ” ครั้งที่ 13
โดยในรอบคัดเลือกภาคตะวันออก ที่สนามสิรินธร ร.ร.อัสสัมชัญศรีราชา ทีมฉะเชิงเทรา
สามารถคว้าที่ 3 มาได้ จากผลงานที่เด่นๆ ได้แก่ ในรอบแปดทีมสุดท้ายสามารถโค่น
ชลบุรีซึ่งเป็นเจ้าภาพจากการยิงจุดโทษ 4-3 หลังเสมอกันในเวลา 0-0 แต่รอบรองชนะเลิศ
แพ้ตราด 1-2 ต้องมาชิงอันดับสามและสามารถเอาชนะนนทบุรี 2-0 ได้ตำแหน่งที่สาม
และคว้าตั๋วเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายได้เป็นทีมสุดท้าย หลังจากรอคอยมากว่า 12 ปี
นับตั้งแต่ที่มีการแข่งขันครั้งแรก
ในการแข่งขันฟุตบอล “ยามาฮ่าไทยแลนด์คัพ” ครั้งที่ 13 รอบสุดท้าย จังหวัดเชียงใหม่
เป็นเจ้าภาพ ทีมฉะเชิงเทราอยู่ร่วมสายกับ นครราชสีมา นครศรีธรรมราช และตาก
ในรอบแรกทีมฉะเชิงเทราทำแต้มเท่ากับเพื่อนร่วมสาย จึงต้องใช้การจับฉลาก
เพื่อหาทีมเข้ารอบ โชคไม่ดีที่ทีมฉะเชิงเทราจับฉลากไม่ผ่าน จึงต้องตกรอบแรกไปอย่างน่าเสียดาย
ในปี พ.ศ.2548 ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทราสามารถผ่านการแข่งขันฟุตบอล “โปรลีก”
ดิวิชั่น 2 รอบคัดเลือภาคตะวันออก ได้เข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ
ที่สนามกีฬาเทศบาลเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร
ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทราสามารถผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้ ก่อนที่จะแพ้สกลนครเจ้าภาพ
จากการดวลจุดโทษ 5-6 หลังเสมอกันในเวลา 1-1 และแพ้ขอนแก่นในนัดชิงอันดับสาม 2-5
ทำให้ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทราคว้าอันดับสี่แข่งขันครั้งนี้ และได้เลื่อนชั้นขึ้นมาแข่งขันฟุตบอล
“โปรลีก” ดิวิชั่น 1 ในปี พ.ศ.2549
ในปี พ.ศ.2550 การกีฬาแห่งประเทศไทยและสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูประถัมภ์
ได้จัดการรวมการแข่งขัน “ไทยลีก” และ “โปรลีก” เข้าด้วยกัน ส่งผลให้ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทรา
ได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 1
ชื่อทีม สโมสรฟุตบอลฉะเชิงเทรา เอฟซี
ฉายา ปลากัดนักสู้
ชุดแข่งเหย้า เสื้อแดง กางเกงแดง ถุงเท้าแดง
ชุดแข่งเยือน เสื้อขาว กางเกงขาว ถุงเท้าขาว
สนามเหย้า สนาม สุบินพิมพยะจันทร์
